บริการ
 
 
  หน้าแรก
  เกี่ยวกับวิถีไทย
  ประโยชน์ของการอยู่ไฟ
  บริการของวิถีไทย
  วิถีไทยคอร์สอยู่ไฟ
  ความคิดเห็นของคุณแม่
 

สมุนไพรที่ขายดี
(Best Seller)
  สาระน่ารู้
    - การดูแลตัวเองหลังคลอด
    - การให้นมบุตร
    - วัคซีนน่ารู้สำหรับเด็ก
  ติดต่อเรา
tem
 

 
สวนสมุนไพรของวิถีไทย
 
 
สวนสมุนไพรของวิถีไทย 
 

 
โปรโมชั่น
 
 
vitheethai
 
 




: : : :    เว็บไซต์ อยู่ในช่วงกำลังพัฒนาอยู่ค่ะ   ติดตามเว็บไซต์ของเราได้ที่นี่ เร็วๆนี้  ติดต่อ-สอบถาม ได้ที่   0-2902-8407, 08-6654-8714, 08-6626-5626  ขอบคุณค่ะ  : : : :

 


 
 
     เราได้บริการคุณแม่ทุกท่าน ด้วยมาตรฐานของการอยู่ไฟตามหลักการแพทย์แผนไทย พร้อมด้วยประสบการณ์ ของพนักงานผู้ให้บริการที่ผ่านการอบรมอย่างมืออาชีพ ซึ่งคอยดูแล และให้บริการคุณแม่ทุกขั้นตอน อย่างสุภาพ และอ่อนโยน เพื่อให้คุณแม่ได้ฟื้นฟูสุขภาพหลังคลอดอย่างแท้จริง  นอกจากนั้น เรายังได้นำเอาสมุนไพรไทยเป็นหลักมาใช้ในการอยู่ไฟสำหรับ คุณแม่หลังคลอดอย่างดีที่สุด  เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ  ตลอดจนเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นสำคัญ 
 


 
vitheethai  การอยู่ไฟด้วยสมุนไพรสด  (บริการวันละ  25  ขั้นตอนทุกวัน) vitheethai
 ให้บริการตามหลักการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข โดยมุ่งเน้นเพื่อสุขภาพเป็นสำคัญ

vitheethai
 
vitheethai 
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
 
vitheethai
   1.  การตรวจเช็คร่างกาย   
 
เป็นการเตรียมพร้อมสภาพร่างกายก่อนการอยู่ไฟ โดยจะมีการตรวจเช็คอาการภายนอก และอาการภายใน รวมถึงการซักประวัติโรคประจำตัว ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ตรวจวัดความดันโลหิต าอยู่ในสภาวะปกติหรือไม่
 
     
   2.  การอาบน้ำสมุนไพรสด   
 
การอาบน้ำ จะประกอบไปด้วยสมุนไพรสดมากมาย เช่น ขมิ้น ไพล มะกรูด  ตระไคร้  ใบมะขาม  ใบส้มเสี้ยว  ใบส้มป่อย  ฯลฯ  ความอุ่นของน้ำสมุนไพรจะช่วยให้รูขุมขนเปิดนับเป็นขั้นตอนการเปิดผิวเพื่อให้สมุนไพรสามารถซึมผ่านเข้าสู่ใต้ผิวหนัง คุณแม่จะรู้สึกสดชื่นอีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นน้ำคาวปลา และช่วยขจัดสิ่งสกปรกตามร่างกาย 
 
     
   3.  การนึ่งหม้อเกลือ   
  เป็นการนำเอาเกลือเม็ดใส่ในหม้อดินตั้งไฟจนเกลือสุกประมาณ 10-
15 นาที วางลงบนสมุนไพรหลากหลายชนิด  ห่อด้วยใบพลับพลึง และผ้าขาว เกลือที่ตั้งไฟจนสุกจะสามารถเก็บความร้อนไว้ได้นาน 15-20 นาที เมื่อห่อเกลือด้วยใบพลับพลึง และผ้าขาว เสร็จเรียบร้อยแล้ว  จึงนำมาประคบตามร่างกาย ความร้อนจะช่วยให้รูขุมขนเปิด ทำให้สมุนไพรซึมผ่านลงไปได้ ช่วยขับน้ำคาวปลา ขณะเดียวกันก็ขับของเสียออกมาตามรูขุมขน ทำให้คุณแม่มีผิวพรรณที่สวยงาม รัดมดลูกให้เข้าอู่เร็วขึ้น 
 
   
   4. การประคบหน้าท้องด้วยใบพลับพลึงสด   
 
จะช่วยลดอาการบวมอักเสบตามร่างกายได้ ซึ่งในสมัยโบราณเชื่อกันว่าในใบพลับพลึงสด มีตัวยา ที่จะช่วยสลายเซลล์ลูไลท์ และช่วยลดไขมันส่วนเกินได้อีกด้วย(ใช้ร่วมกับการนึ่งหม้อเกลือ) 
 
     
   5.  การทายานึ่งหน้าท้องให้ยุบ   
 
เป็นตำรับยาโบราณที่มีมานานกว่า 100 ปี เป็นการนำเอาสมุนไพรที่มี รสร้อนกว่า 10 ชนิด มาบดรวมกัน แล้วใช้ร่วมกับน้ำ กระสายยา ทาบริเวณหน้าท้องก่อนที่จะนึ่งหม้อเกลือ และประคบอิฐ (ซึ่งในตัวสมุนไพรที่มีรสร้อนนี้ จะไปทำหน้าที่ เพิ่มความอบอุ่นเข้าสู่ร่างกาย และช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน จึงทำให้หน้าท้องยุบตัวลงค่ะ) 
 
     
**6. การทาสมุนไพรรักษาผิวแตกลาย   
  สุดยอดสมุนไพรจากยอดใบพลับพลึงสด ตามหลักการแพทย์แผนไทยเชื่อว่า  ในใบพลับพลึงสด  มีตัวยาที่ช่วยรักษา ผิวแตกลาย บริเวณหน้าท้อง สะโพกและต้นขาของคุณแม่ ทำให้รอยแตกลายตื้นขึ้น และจางลง (ใช้ร่วมกับการทายานึ่งหน้าท้องให้ยุบ ขั้นตอนที่ 5)   
     
   7. การประคบอิฐ   
  เป็นการดึงน้ำที่สะสมจากร่างกายให้ระเหยออกมาโดยการผ่านความ
 ร้อนจากอิฐเพื่อ ช่วยให้น้ำคาวปลาเดินสะดวก ลดอาการอักเสบของมดลูกและลดอาการบวมน้ำ อีกทั้ง ยังช่วยเสริมในส่วนที่เป็นแนวระนาบที่การนึ่งหม้อเกลือเข้าไปไม่ถึงเพื่อทุกส่วนของร่างกายได้ระบายน้ำส่วนเกินออกมา 
 
   
   8. การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ(ต่างจากการนวดทั่วไป)   
  เป็นการคลายกล้ามเนื้อของคุณแม่ที่เกร็งตัวอุ้มท้องอยู่ตลอด 9
เดือน ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น  สามารถนำเอาของเสียที่ตกค้าง ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายออกมากับเลือด เพื่อนำไปฟอกที่ไต เพื่อขับถ่ายออกทางปัสสาวะ และเอาสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นอกจากนั้น การนวดยังช่วยลดอาการเส้นเลือดขอด  ริดสีดวงทวาร และอาการบวม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพอีกด้วย เหมือนโบราณว่า เมื่อเลือดลมดี สุขภาพก็ดี 
 
     
   9. การนวดเข้าตะเกียบ   
 
เป็นลักษณะการนวดเฉพาะด้าน  เพื่อกระตุ้นปลายประสาทสัมผัส บริเวณสะโพก ให้หดตัวลง กระชับสะโพก ให้เข้าที่ไม่ให้ผายออกมามากเกินควร  ซึ่งการนวดเข้าตะเกียบ ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นค่ะ เพราะเป็นศาสตร์ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณไม่มีหลักสูตรการเรียน การสอน ซึ่งจะนวดตอนนวดน้ำมันและตอนนึ่งหม้อเกลือ 
 
     
 10. การนวดสลายเซลล์ลูไลท์   
 
เป็นการนวดลักษณะเฉพาะด้าน บริเวณ ต้นแขน ต้นขา สะโพก และบริเวณส่วนต่างๆ ของร่างกาย ที่มีการก่อตัวของลักษณะ ของผิวส้ม เพื่อกระชับกล้ามเนื้อ (เป็นการนวดผสมผสานกันในระหว่างการนวดตัว) 
 
     
 11. การนั่งอิฐ/การนั่งถ่าน (สำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติเท่านั้น)   
 
เป็นการช่วยสมานแผลบริเวณฝีเย็บให้หายและแห้งสนิทเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งตัว สมุนไพรประกอบไปด้วย สมุนไพร และว่านต่าง ๆ หลายชนิด เช่น เหง้าว่านน้ำ  เหง้าว่านนางคำ  เหง้าขมิ้น  เหง้าไพล  มะกรูด  ฯลฯ โดยจะใช้การเผาไหม้สมุนไพรให้ เกิดควันอุ่นๆ มากระทบบริเวณฝีเย็บ 
 
   
 12.  การประคบหน้าอก   
  เป็นการประคบบริเวณต่อมท่อน้ำนมเพื่อกระตุ้นน้ำนมให้มามากขึ้น อีกทั้งเป็นการกระชับทรวงอกไม่ให้หย่อนคล้อยหลังการหย่านมบุตร   
     
 13.  การประคบตัวด้วยสมุนไพรสด   
  ประคบตามบริเวณกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อลดอาการแข็งเกร็งของ กล้ามเนื้อจากการอุ้มท้อง ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรสดกว่า
15  ชนิด
 
 
     
 14. การรมตา   
  เป็นการอังดวงตาด้วยสมุนไพรก่อนเข้ากระโจมอบสมุนไพร ซึ่งตัวสมุนไพรจะช่วยบำรุงสายตาและระบบประสาทส่วนบน ช่วยให้ดวงตาสดใส
ยืดอายุการใช้งานของดวงตา ลดอาการตาพร่ามัว และช่วยลดอาการตาฝ้าฟางได้ในยามที่เราอายุมากขึ้น เนื่องจากมีส่วนประกอบสำคัญของผักบุ้งสด
 
 
     
 15.  การเข้ากระโจมอบตัวด้วยสมุนไพรสด   
 
เป็นการขับของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อ ไอความความร้อนของสมุนไพร จะช่วยให้รูขุมขนเปิด ปอด และหลอดเลือดฝอย จะขยายตัว การหายใจสะดวกขึ้นการไหลเวียนโลหิตจะดีขึ้น กล้ามเนื้อจะผ่อนคลาย และไขมัน ที่สะสมไว้ขณะตั้งครรภ์ ก็จะลดลงด้วย อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นน้ำนมมาให้มากขึ้นอีกด้วย 
 
     
 16.  การขับคราบไคลและรอยด่างดำให้จางลง   
 
เป็นการขัด ตามซอกคอ  ซอกรักแร้  ขาหนีบ ฯลฯ อันเกิดจากฮอร์โมนของร่างกายใน ระหว่างตั้งครรภ์ การขัดจะช่วยให้คราบเหล่านั้นหลุดออกได้เร็วกว่าการที่จะรอให้กลไกของร่างกายเป็นตัวขับเอง 
 
   
 17.  การขัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป   
 
เป็นการช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์เก่าที่ตายแล้ว ให้หลุดลอกออกไป เพื่อให้เซลล์ ผิวใหม่ ได้เกิดมาแทนที่  ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยง การเกิดปัญหาสิวเรื้อรัง และไขมันอุด ตัน บริเวณแผ่นหลัง และหน้าอก ซึ่งสมุนไพรที่ใช้เป็นสมุนไพรสด ผสมกับเกลือสะตุ (เกลือสะตุ คือ เกลือทะเลที่นำมาเผาไฟ ให้เหลือเฉพาะโครงสร้างของเกลือ จึงมีสรรพคุณ ในการขัดคราบไข และหนังกำพร้าที่ตายแล้ว ให้หลุดลอกออกไปได้ ในสมัยโบราณนิยมนำมาเข้าตัวยา เพื่อสร้างคราบไขในกระเพาะอาหาร และลำไส้ ) (ใช้ร่วมกับการขัดคราบไคลในขั้นตอนที่ 16) 
 
     
**18. การขัดผิวด้วยสมุนไพรดีท๊อกจากธรรมชาติ ต้นตำรับสูตรล้างพิษ   
 
นวัตกรรมใหม่…. แห่งการดูแลผิวโดยวิธีธรรมชาติ โดยใช้ สุดยอดสมุนไพรหลากหลายชนิดผสมกาแฟ สมุนไพรออแกนนิคซ์ ดีท๊อกซ์ สารในกาแฟคือคาเฟอีนเป็นสารที่ช่วยในเรื่องของการไหลเวียนโลหิต และทำให้ผิวกระชับ ดูเปล่งปลั่ง อีกทั้งคาเฟอีนยังไปกระตุ้นระบบเผาผลาญอาหาร ในร่างกาย และกระตุ้นกระบวนการขับของเสีย ออกจากร่างกาย ทำให้ผิวสะอาด เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งสดใสได้ ทั้งยังมีกลิ่นอโรมา ช่วยผ่อนคลายความเครียด กระตุ้นให้เกิดความกระปี้กระเปร่า (จะทำวันสุดท้ายของการให้บริการ) 
 

 19. การทำความสะอาดผิวและล้างผิวด้วยน้ำสมุนไพร   
 
เป็นการทำความสะอาดผิว หลังจากคุณแม่อบสมุนไพรเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้
เพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนอีกครั้งเพื่อเตรียมเข้าสู่ ขั้นตอนการนวดตัวด้วยน้ำมัน
งาดิบบริสุทธิ์
                                                                                    Top ^
 
   
  20. การนวดตัวด้วยน้ำมันงาดิบบริสุทธิ์  
 
เป็นการคลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ทั้งนี้ ยังช่วยขับของ
เสียที่ตกค้างภายใน ให้ออกสู่นอกร่างกาย ช่วยลดอาการเส้นเลือดขอด อาการ
บวม
น้ำมันงาดิบบริสุทธิ์ เป็นน้ำมันชนิดเดียวเท่านั้น ที่สามารถซึมสู่ผิวหนัง
ได้ทุกชั้น จึงสามารถลดริ้วรอยจากการแตกลายของหน้าท้องได้ อีกทั้งเป็น
น้ำมันที่มีวิตามิน E สูงมากจึงช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
 
     
  21. การนวดหน้ากดจุด   
  เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า  กระตุ้นให้เซลล์ต่าง ๆ ใต้ผิวหนังเกิดการตื่นตัว   
     
  22. การนวดศรีษะคลายเครียด   
  เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บริเวณต้นคอ  ฐานกะโหลก  บ่า  และ ไหล่ ซึ่งจะใช้ร่วมกับการนวดตัว   
     
  23.  การนวดดึงผม   
  เป็นการนวดเพื่อให้รูขุมขนบริเวณศรีษะเปิด เพื่อขับของเสีย ทั้งนี้ยังเป็นการช่วยลดอาการปวดศรีษะและไมเกรน   
     
  24. การอยู่ไฟชุดตำหรับหลวง (ใช้สำหรับคาดเอว)   
 
เพื่อให้มดลูกยุบตัว แห้งและเข้าอู่เร็วยิ่งขึ้น แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง แก้ ตะคริว และอาการหนาวสะท้าน อาการปวดร้าวหนาวกระดูก เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้คุณแม่หุ่นดีไม่มีหน้าท้อง ซึ่งวิธีการใช้ไม่ยุ่งยาก สามารถจุดไฟแท่งใส่กระเป๋า คาดไว้หน้าท้อง เดินไปไหนมาไหนได้สะดวก (รับรองผลหน้าท้องยุบลง และแห้งสนิทเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง) 
 
   
  25.  การดื่มน้ำสมุนไพร   
  ขิงช่วยปรับความสมดุลของร่ายกายให้กลับสู่สภาวะปกติ กระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต ให้เดินสะดวกช่วยบำรุงน้ำนม และรักษาอุณหภูมิของร่างกาย   

หมายเหตุ 
      หากคุณแม่ท่านใดต้องการดื่มน้ำสมุนไพรอื่นใดเพิ่มเติม  ควรจะศึกษาให้แน่ใจว่าปราศจากแอลกอฮอล์  เนื่องจากแอลกอฮอล์สามารถซึมผ่านทางนมได้  หากทานเข้าไปอาจมีผลต่อการสร้างเซลล์สมองของเด็กและอาจเกิดภาวะตัวเหลืองได้ในเด็กแรกเกิด

 ส่วนการดื่มน้ำสมุนไพรว่านชักมดลูก ควรจะทานในช่วงมีสภาพร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เพราะหากทานในขณะมดลูกอักเสบอาจจะตกเลือดได้ เนื่องจากว่านชักมดลูกจะไปทำหน้าที่บีบรัดมดลูก และอาจเกิดอาการปวดร้าวบริเวณท้องน้อยได้  หากต้องการรับประทานควรอยู่ในความควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

Top ^


     ควรจะอยู่ไฟเมื่อไร 

     หลังคลอดธรรมชาติ 7 - 10 วัน
     หลังผ่าตัดคลอด 30 - 45 วัน   



 สมุนไพรสูตรพิเศษเฉพาะของเราเท่านั้น 
   
     >>    สมุนไพรรักษาผิวแตกลาย  จากธรรมชาติ                   

                    >>  สมุนไพรนึ่งหน้าท้องให้ยุบ  ตำรับยาโบราณที่มีมานานกว่า 100 ปี 

  >>   สมุนไพรดีท๊อกซ์จากธรรมชาติ  ต้นตำรับสูตรล้างพิษ
   






 


Manage by Vitheethai.

Copyright @ 2006 All Rights Reserved.